โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เก็บภาษีสูงสุด 70% ใช้มาตรการด้านภาษีต่อหลายประเทศ โดยเตรียมส่งจดหมายแจ้งประมาณ 10–12 ฉบับในวันศุกร์ และ จะทยอยส่งเพิ่มเติมภายในไม่กี่วันถัดไป เพื่อแจ้งให้แต่ละประเทศทราบว่าจะต้องเสียภาษีอัตราใด โดยครบกำหนดแจ้งทั้งหมดภายในวันที่ 9 กรกฎาคม 2568.
แผนการจัดเก็บภาษี อัตราภาษีอาจอยู่ระหว่าง 10% ถึงสูงสุด 70% ซึ่งสูงกว่าที่เคยประกาศไว้ในเดือนเมษายน (เดิมสูงสุด 50%) , ประเทศต่าง ๆ จะเริ่มชำระภาษีตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นไป .
ขณะนี้มีเพียง 3 ประเทศที่ตกลงกับสหรัฐแล้ว ได้แก่ : อังกฤษ , เวียดนาม , จีน (ในรูปแบบการตกลงพักรบภาษี ลดความตึงเครียด) ทรัมป์ยืนยันว่า แม้จะมีข้อตกลงเพิ่มเติมอีก 2–3 ฉบับ ความตั้งใจหลักคือให้ทุกประเทศทราบชัดเจนว่า “จะต้องจ่ายเท่าใด” .
มาตรการของโดนัลด์ ทรัมป์ในการขู่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศในอัตราสูงสุดถึง 70% มีผลกระทบที่ซับซ้อน และ ครอบคลุมหลายมิติ.
ผลกระทบต่อการค้าโลก ต้นทุนส่งออกเพิ่มขึ้น ประเทศที่ถูกเก็บภาษีอัตราสูงจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ , เกีดความตึงเครียดทางการค้าอาจเกิดสงครามการค้าใหม่ โดยประเทศที่ได้รับผลกระทบอาจตอบโต้ด้วยมาตรการทางภาษีเช่นกัน.
กระทบห่วงโซ่อุปทานโลก บริษัทสหรัฐฯ ที่พึ่งพาชิ้นส่วนนำเข้าอาจประสบปัญหาต้นทุนสูงขึ้น กระทบการผลิต และราคาสินค้า , ผลกระทบต่อตลาดในสหรัฐฯเอง เงินเฟ้อ , ราคาสินค้านำเข้าสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคอเมริกันต้องจ่ายแพงขึ้น.
ผลกระทบต่อประเทศคู่ค้า ชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐฯ เช่น เวียดนาม ไทย หรือ แม้แต่จีน
ผลกระทบต่อตลาดการเงิน ค่าเงินผันผวน ค่าเงินของประเทศที่ได้รับผลกระทบอาจอ่อนตัว เนื่องจากคาดการณ์การส่งออกลดลง , ตลาดหุ้นทั่วโลก มีความไม่แน่นอนทางนโยบายอาจกดดันราคาหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มโลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมที่พึ่งพาการค้า.
มาตรการของทรัมป์ดูเหมือนจะพุ่งเป้าเพื่อ ต่อรองทางการค้า และ เสริมอิทธิพลทางเศรษฐกิจ แต่ความเสี่ยงคือการกระตุ้น ภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลก หากประเทศต่าง ๆ ถูกบีบให้ตอบโต้ และ เข้าสู่ภาวะสงครามการค้าเต็มรูปแบบ.